พรีเมียร์ลีก 2025/26 — Matchday 33 แพ็คเกจข่าว

เบรนท์ฟอร์ด เสมอ ฟูแล่ม 0-0 ดาร์บี้ลอนดอนตะวันตกไร้สกอร์
เบรนท์ฟอร์ด รับมือกับ ฟูแล่ม ในศึกดาร์บี้ลอนดอนตะวันตก แต่ทั้งสองทีมไม่สามารถทำประตูได้ เกมดำเนินไปอย่างสูสี ทั้งคู่คุมเกมได้สลับกันไปมาแต่ขาดความคมในจังหวะสุดท้าย ผลเสมอนัดนี้ทำให้ทั้งสองทีมต้องพึ่งพาผลงานในนัดที่เหลือเพื่อลุ้นเป้าหมายปลายฤดูกาล
ลีดส์ ถล่ม วูล์ฟส์ 3-0 ยึดจ่าฝูงกลุ่มกลางตาราง
ลีดส์ ยูไนเต็ด โชว์ฟอร์มเหนือชั้นกว่าเห็น ๆ ถล่ม วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 3-0 ที่เอลแลนด์ โร้ด เกมนี้ลีดส์ครองเกมตั้งแต่ต้นจนจบ ทำประตูได้อย่างสม่ำเสมอตลอดเกม ขณะที่วูล์ฟส์ซึ่งยังคงติดอยู่ก้นตารางยิ่งตกที่นั่งลำบากในศึกหนีตกชั้น ชัยชนะนัดนี้ตอกย้ำว่าลีดส์ในฤดูกาลแรกหลังกลับมาพรีเมียร์ลีกยังมีฟอร์มที่แข็งแกร่ง
บอร์นมัธ บุกเฉือน นิวคาสเซิล 2-1 สร้างเซอร์ไพรส์ที่เซนต์ เจมส์ พาร์ค
เอเอฟซี บอร์นมัธ สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการบุกไปเฉือนชนะ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2-1 ถึงถิ่นเซนต์ เจมส์ พาร์ค ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ถือเป็นการสะดุดครั้งสำคัญของนิวคาสเซิลที่กำลังลุ้นตำแหน่งในยุโรป ขณะที่บอร์นมัธยังคงทำผลงานเซอร์ไพรส์ได้อย่างต่อเนื่องในฤดูกาลนี้
สเปอร์ส เสมอ ไบรท์ตัน 2-2 ยังหนีตกชั้นไม่พ้น
ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ เปิดบ้านเสมอกับ ไบรท์ตัน 2-2 ในเกมที่สเปอร์สต้องการ 3 แต้มอย่างมากเพื่อหนีโซนตกชั้น ผลเสมอนัดนี้ทำให้ท็อตแนมยังคงอยู่ในตำแหน่งอันตราย ฤดูกาลนี้ถือเป็นหายนะอย่างแท้จริงของสเปอร์สที่เปลี่ยนกุนซือไปแล้วหลายคน แต่ยังไม่สามารถพลิกสถานการณ์ได้
แมนยู บุกเฉือน เชลซี 1-0 วิกฤตเชลซีหนักขึ้น แพ้ 4 นัดรวดไร้สกอร์
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกชนะ เชลซี 1-0 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ด้วยประตูจาก มาเตอุส คุนญ่า ในครึ่งแรก เชลซีครองบอลมากกว่าและยิงโดนเสา 3 ครั้ง แต่ไม่สามารถทำประตูได้ นับเป็นความพ่ายแพ้ 4 นัดติดต่อกันในลีกโดยไม่ทำประตูได้เลย ขณะที่แมนยูเก็บ 3 แต้มสำคัญไปเสริมความหวังลุ้นแชมเปี้ยนส์ลีก กุนซือ เลียม โรเซนิออร์ ของเชลซีอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนัก
ฟาน ไดค์ โขกชัยนาทีที่ 100 พา หงส์แดง เฉือน เอฟเวอร์ตัน 2-1 เมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้สุดดราม่า
ลิเวอร์พูล เอาชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-1 ในศึกเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ ครั้งแรกที่สนามฮิลล์ ดิกคินสัน สเตเดียม (บรัมลีย์-มัวร์ ด็อค) โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เปิดสกอร์นาทีที่ 29 ก่อน เบโต้ ตีเสมอให้เอฟเวอร์ตันในนาทีที่ 54 แต่สุดท้าย เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ โขกหัวจากลูกเตะมุมในนาทีที่ 100 (ทดเจ็บ 10 นาที) ปิดเกมสุดดราม่า ซาลาห์ยังทำสถิติทำประตูเท่ากับสถิติสูงสุดตลอดกาลอีกด้วย

วิลล่า เฉือน ซันเดอร์แลนด์ 4-3 สุดมัน ทามมี่ อับราฮัม ซัดทดเจ็บปิดเกม
แอสตัน วิลล่า เอาชนะ ซันเดอร์แลนด์ 4-3 ในเกมที่มีดราม่าล้นหลาม ออลลี่ วัตกินส์ ยิงสองประตูในครึ่งแรก ก่อนมอร์แกน โรเจอร์ส เพิ่มเป็น 3-1 หลังพักครึ่ง แต่ซันเดอร์แลนด์ตีเสมอได้ 3-3 ด้วยสองประตูในนาทีที่ 86 และ 87 จาก ไทร ฮูม และ วิลสัน อิซิดอร์ เมื่อทุกคนคิดว่าจะเสมอ ทามมี่ อับราฮัม กลับโผล่มาซัดประตูในทดเจ็บปิดเกม 4-3 ช่วยให้วิลล่ายึดตำแหน่งท็อป 4 แชมเปี้ยนส์ลีกไว้ได้แน่นขึ้น
กิ๊บส์-ไวท์ แฮตทริคครึ่งหลัง พา ฟอเรสต์ ถล่ม เบิร์นลีย์ 4-1 เพิ่มแต้มนำโซนตกชั้น
น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ พลิกเกมถล่ม เบิร์นลีย์ 4-1 หลังเสียประตูนำก่อน โดย ซีอาน เฟลมมิง ยิงให้เบิร์นลีย์ขึ้นนำในช่วงทดเจ็บครึ่งแรก แต่ฟอเรสต์ระเบิดฟอร์มในครึ่งหลังด้วยแฮตทริคจาก มอร์แกน กิ๊บส์-ไวท์ พร้อมอีก 1 ประตู ทำให้ฟอเรสต์มีแต้มนำโซนตกชั้น 5 แต้ม ส่วนเบิร์นลีย์ยิ่งใกล้ตกชั้นเข้าไปทุกที
ซิตี้ เฉือน อาร์เซนอล 2-1 ฮาแลนด์ ซัดชัย ศึกชิงแชมป์ระอุ เหลือห่างแค่ 3 แต้ม
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ อาร์เซนอล 2-1 ในเกมบิ๊กแมตช์ที่เดอะ เอทิฮัด สเตเดียม เปิดเกมมา เรอยัน เชอร์กี ยิงนำให้ซิตี้นาทีที่ 16 ก่อน ไค ฮาเวิร์ตซ์ ตีเสมอให้อาร์เซนอลภายใน 107 วินาที หลังดอนนารุมม่าเซฟพลาด ก่อนที่ แอร์ลิง ฮาแลนด์ จะซัดประตูชัยในนาทีที่ 65 ช่วงท้ายเกมเดือดมาก กาเบรียล กระโดดขึ้นไปบนตัวฮาแลนด์และเกือบโดนใบแดงจากท่าโขกหัว ผลแพ้ครั้งนี้ทำให้อาร์เซนอลนำซิตี้เหลือแค่ 3 แต้ม (70 vs 67) และซิตี้ยังมีเกมค้างอยู่อีก 1 นัด ศึกชิงแชมป์พรีเมียร์ลีกร้อนระอุยิ่งกว่าเดิม
